
Far-UVC 222 นาโนเมตร ปลอดภัยจริงหรือ? งานวิจัยพบความเสี่ยงต่อ DNA ในเซลล์มนุษย์
งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของแสงอัลตราไวโอเลตชนิด UVC ที่ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะแสง Far-UVC 222 นาโนเมตร ซึ่งกำลังได้รับความนิยมว่า “ปลอดภัยต่อมนุษย์”
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
งานวิจัยมีเป้าหมายเพื่อเปรียบเทียบผลกระทบของแสง UVC 3 ชนิด ได้แก่
- 222 นาโนเมตร (Far-UVC)
- 254 นาโนเมตร (หลอดปรอทแบบดั้งเดิม)
- 277 นาโนเมตร (UVC LED)
โดยทดสอบกับเซลล์มนุษย์ 2 ประเภท คือ เซลล์จอตา (ARPE-19) และ เซลล์ผิวหนัง (HEK-A keratinocytes) เพื่อประเมินผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ผลการทดลองที่สำคัญ
- แสง 254 และ 277 นาโนเมตร ทำให้เซลล์ตายผ่านกระบวนการ apoptosis โดยอาศัยสัญญาณ JNK/ATF2 pathway
- แสง 222 นาโนเมตร (Far-UVC) ทำให้เซลล์รอดชีวิตได้มากกว่า แต่มีอัตราการเจริญเติบโตช้าลงเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
ผลกระทบในระดับ DNA
เมื่อวิเคราะห์ในระดับพันธุกรรม พบข้อมูลที่น่ากังวลดังนี้
- แสง 222 นาโนเมตร ไม่ก่อให้เกิด thymine dimer ซึ่งเป็นความเสียหาย DNA แบบคลาสสิกที่พบใน UVC ทั่วไป
- แต่กลับพบการเพิ่มขึ้นของ γH2AX nuclear foci ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความเสียหายของ DNA ในระดับรุนแรง
- การแสดงออกของยีนกดการเกิดมะเร็ง Rb1 และ p53 ลดลงภายใน 1–3 วันหลังการฉายแสง
- การวิเคราะห์ RNA sequencing แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของยีนที่เกี่ยวข้องกับ การอยู่รอดของเซลล์ วัฏจักรเซลล์ และภาวะ cellular senescence
สรุปผลและข้อควรระวัง
แม้แสง Far-UVC 222 นาโนเมตร จะไม่ทำให้เซลล์ตายทันที และถูกนำเสนอว่าเหมาะสำหรับการฆ่าเชื้อในพื้นที่ที่มีมนุษย์อยู่
แต่ผลการศึกษานี้ชี้ชัดว่าแสงดังกล่าว สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อ DNA และการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหรือความผิดปกติในระยะยาว
ดังนั้น การใช้งาน Far-UVC กับมนุษย์โดยตรง เช่น บริเวณแผลเปิด หรือพื้นที่สาธารณะ ควรใช้ด้วยความระมัดระวังสูง และยังไม่ควรนำมาใช้โดยไม่มีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวที่เพียงพอ