
เปรียบเทียบแสงสีฟ้า 405 nm กับรังสี UVC ในการยับยั้งไวรัสโคโรนา
งานวิจัยนี้ศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ แสงสีฟ้า 405 นาโนเมตร (Visible Light) กับ รังสีอัลตราไวโอเลต UVC ในการฆ่าเชื้อไวรัส Betacoronavirus 1 (OC43) ซึ่งเป็นไวรัสในกลุ่มเดียวกับ SARS-CoV-2
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
งานวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีฆ่าเชื้อที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง (uninterrupted disinfection) ในพื้นที่ที่มีมนุษย์อยู่ โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแสงในช่วงความยาวคลื่นต่าง ๆ ได้แก่
- แสงสีฟ้า 405 นาโนเมตร (Visible Light)
- UVC 222 นาโนเมตร (Far-UVC)
- UVC 254 นาโนเมตร
- UVC 270/280 นาโนเมตร
สาระสำคัญจากงานวิจัย
1. แสงสีฟ้า 405 nm
- สามารถยับยั้งไวรัสได้ โดยไม่ต้องใช้สาร photosensitizer ภายนอก ซึ่งแตกต่างจากงานวิจัยก่อนหน้าหลายฉบับ
- มีความปลอดภัยสูงต่อมนุษย์ และสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีคน
- ระดับพลังงานที่ใช้ยังอยู่ในขอบเขตที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน IEC 62471
2. รังสี UVC
- UVC 254 และ 270/280 นาโนเมตร มีประสิทธิภาพสูงมากในการทำลาย RNA ของไวรัส แต่เป็นอันตรายต่อมนุษย์
- อาจก่อให้เกิดอาการผิวหนังไหม้ (erythema) และตาอักเสบ (photokeratitis)
- UVC 222 นาโนเมตร (Far-UVC) มีความปลอดภัยมากกว่าบางส่วน แต่ยังพบความเสี่ยงในการก่อให้เกิด CPD (cyclobutane pyrimidine dimer) ในผิวหนัง
- Far-UVC อาจทำให้เกิด โอโซน ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
สรุปผลการศึกษา
- UVC 254 / 270 นาโนเมตร มีประสิทธิภาพสูงสุดในการฆ่าเชื้อ (เร็วและแรงที่สุด)
- แสงสีฟ้า 405 นาโนเมตร สามารถฆ่าเชื้อได้เช่นกัน มีความปลอดภัยต่อมนุษย์ และสามารถใช้งานได้ในพื้นที่ที่มีคนอยู่
จากผลการศึกษา แสงสีฟ้า 405 นาโนเมตร จึงมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นระบบ ฆ่าเชื้อแบบต่อเนื่อง (Uninterrupted Disinfection) ที่ปลอดภัยและสามารถนำไปใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
แหล่งที่มา (Reference)
Vashishtha, K., Xi, F., Dharmalingam, P., & Douplik, A. (2023).
Comparative Study of Blue Light with Ultraviolet (UVC) Radiation on Betacoronavirus 1.
Applied Sciences, 13(3), 1426.
DOI:
https://doi.org/10.3390/app13031426